นายสมชัย บุตรโคตร
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโซ่
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 20/08/2017
ปรับปรุง 12/12/2017
สถิติผู้เข้าชม 9808
Page Views 17418
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวล่าสุด
 

 
 
 
 
 
แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตและประพฤติมิชอบ  
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
 
 
 
 
องค์การบริหารส่วนตำบลโซ่
อำเภอโซ่พิสัย  จังหวัดบึงกาฬ
 
 
คำนำ
 
                   แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 นี้  จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการป้องกันการทุจริตขององค์การบริหารส่วนตำบลโซ่  ซึ่งได้จัดทำภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564)  ประกอบด้วย  4  มิติ  ดังนี้
                   มิติที่ 1  การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต
                   มิติที่ 2  การบริหารราชการเพื่อป้องกันการทุจริต
                   มิติที่ 3  การส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
                   มิติที่ 4  การเสริมสร้างและปรับปรุงกลไกในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                   ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติ      มิชอบ  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 นี้จะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางในการป้องกันการทุจริตขององค์การบริหารส่วนตำบลโซ่  และมีส่วนช่วยให้ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลโซ่แสดงเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม  เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564)  ที่กำหนดไว้ว่า “ประเทศไทยใสสะอาด  ไทยทั้งชาติต้านการทุจริต”
                                     
                                                                             สำนักงานปลัด
  องค์การบริหารส่วนตำบลโซ่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สารบัญ
   หน้า
ส่วนที่ 1 
          บทนำ.............................................................................................................................................1
          1. การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น.............................1
          2. หลักการและเหตุผล...................................................................................................................2
          3. วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผน.................................................................................................4
          4. เป้าหมาย...................................................................................................................................4
          5. ประโยชน์ของการจัดทำแผน.....................................................................................................4
ส่วนที่ 2
          แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ  ประจำปี พ.ศ. 2561......6
          มิติที่ 1 การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต..................................................................................6
          มิติที่ 2 การบริหารราชการเพื่อป้องกันการทุจริต..........................................................................7
          มิติที่ 3 การส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน................................................9
          มิติที่ 4 การเสริมสร้างและปรับปรุงกลไกในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของ………………….10
                   องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ส่วนที่ 3
          รายละเอียดโครงการ/กิจกรรม/มาตรการ.....................................................................................11
          มิติที่ 1 การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต.................................................................................11
          มิติที่ 2 การบริหารราชการเพื่อป้องกันการทุจริต.........................................................................26
          มิติที่ 3 การส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน...............................................45
          มิติที่ 4 การเสริมสร้างและปรับปรุงกลไกในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของ………..……......53
                   องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
 
                                                                                                                                                                  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนที่ 1
บทนำ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.
 
1
ส่วนที่ 1
บทนำ
 
1. การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                   การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการบ่งชี้ความเสี่ยงของการทุจริตที่มีอยู่ในองค์กรโดยการประเมินโอกาสของการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น  ตลอดจนบุคคลหรือหน่วยงานที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริต  เพื่อพิจารณาว่าการควบคุมและการป้องกันการทุจริตที่มีอยู่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม่
                   การทุจริตในระดับท้องถิ่น  พบว่า  ปัจจัยที่มีผลต่อการขยายตัวของการทุจริตในระดับท้องถิ่น  ได้แก่  การกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  แม้ว่าโดยหลักการแล้วการกระจายอำนาจ    มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้บริการต่าง ๆ ของรัฐสามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนมากขึ้น          มีประสิทธิภาพมากขึ้น  แต่ในทางปฏิบัติทำให้แนวโน้มของการทุจริตในท้องถิ่นเพิ่มมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน
                   ลักษณะการทุจริตในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จำแนกเป็น  7  ประเภท  ดังนี้
                   1)  การทุจริตด้านงบประมาณ  การทำบัญชี  การจัดซื้อจัดจ้าง  และการเงินการคลัง      ส่วนใหญ่เกิดจากการละเลยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                   2)  สภาพหรือปัญหาที่เกิดจากตัวบุคคล
                   3)  สภาพการทุจริตอันเกิดจากช่องว่างของกฎระเบียบและกฎหมาย
                   4)  สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจและขาดคุณธรรมจริยธรรม
                   5)  สภาพหรือลักษณะปัญหาที่เกิดจากการขาดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
                   6)  สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากการตรวจสอบขาดความหลากหลายในการตรวจสอบจากภาคส่วนต่าง ๆ
                   7)  สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากอำนาจ  บารมี  และอิทธิพลท้องถิ่น
                   สาเหตุและปัจจัยที่นำไปสู่การทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถสรุปเป็นประเด็นได้  ดังนี้
                   1)  โอกาส  แม้ว่าในปัจจุบันมีหน่วยงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  แต่พบว่ายังคงมีช่องว่างที่ทำให้เกิดโอกาสของการทุจริต  ซึ่งโอกาสดังกล่าวเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มแข็ง  กฎหมาย  กฎระเบียบไม่รัดกุม  และอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ทำให้เกิดการทุจริต
                   2)  สิ่งจูงใจ เป็นที่ยอมรับว่าสภาวะเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นเรื่องของวัตถุนิยม  สังคมทุนนิยม      ทำให้คนในปัจจุบันมุ่งเน้นที่การสร้างความร่ำรวย  ด้วยเหตุนี้จึงเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่มีแนวโน้มที่จะทำพฤติกรรมการทุจริตมากขึ้น
                   3)  การขาดกลไกในการตรวจสอบความโปร่งใส  การทุจริตในปัจจุบันมีรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น  โดยเฉพาะการทุจริตในเชิงนโยบายที่ทำให้การทุจริตกลายเป็นความชอบธรรมในสายตาของประชาชน        ขาดกลไกการตรวจสอบความโปร่งใสที่มีประสิทธิภาพ  ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะเข้าไปตรวจสอบการทุจริตของบุคคลเหล่านี้
 
2
 
                   4)  การผูกขาด  ในบางกรณีการดำเนินงานของภาครัฐ  ได้แก่  การจัดซื้อ – จัดจ้าง  เป็นเรื่องของการผูกขาด  ดังนั้นจึงมีความเกี่ยวข้องเป็นห่วงโซ่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ  ในบางครั้งพบบริษัทมีการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่เพื่อให้ตนเองได้รับสิทธิในการดำเนินงานโครงการของภาครัฐ  รูปแบบของการผูกขาด  ได้แก่  การผูกขาดในโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ
                   5)  การได้รับค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสม  รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย  ความยากจนถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ข้าราชการมีพฤติกรรมการทุจริต  เพราะความต้องการที่จะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  ทำให้เจ้าหนี้ต้องแสวงหาช่องทางเพื่อเพิ่ม “รายได้พิเศษ”  ให้กับตนเองและครอบครัว
                   6)  การขาดจริยธรรม  คุณธรรม  ในสมัยโบราณ  ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมที่ได้รับการเน้นเป็นพิเศษถือว่าเป็นเครื่องวัดความดีของคน  แต่ในปัจจุบันพบว่า  คนมีความละอายต่อบาปและเกรงกลัวบาปน้อยลง  และมีความเห็นแต่ตัวมากยิ่งขึ้น  มองแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งมากกว่าที่จะยึดผลประโยชน์ส่วนรวม
                   7)  มีค่านิยมที่ผิด  ปัจจุบันค่านิยมของสังคมได้เปลี่ยนจากยกย่องคนดี  คนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต  เป็นยกย่องคนที่มีเงิน  คนที่เป็นเศรษฐี  มหาเศรษฐี  คนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง  ด้วยเหตุนี้  ผู้ที่มีค่านิยมที่ผิดเห็นว่าการทุจริตเป็นวิถีชีวิตเป็นเรื่องปกติธรรมดา  เห็นคนซื่อเป็นคนเซ่อ  เห็นคนโกงเป็นคนฉลาด  ย่อมจะทำการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง  โดยไม่มีความละอายต่อบุญและบาป  และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของบ้านเมือง
 
2. หลักการและเหตุผล
                   ปัจจุบันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงและสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและส่งผลกระทบในวงกว้าง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ    เป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ  สังคมและการเมือง  เนื่องจากเกิดขึ้นทุกภาคส่วนในสังคมไทย  ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง  ภาคราชการ  โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมักถูกมองจากภายนอกสังคมว่าเป็นองค์กรที่เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชันและมักจะปรากฏข่าวการทุจริตตามสื่อและรายงานของทางราชการอยู่เสมอ  ซึ่งได้ส่งผลสะเทือนต่อกระแสการกระจายอำนาจและความศรัทธาต่อระบบการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยิ่ง  ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมีผลในเชิงลบ  สอดคล้องกับการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption  Perception  Index – CPI)  ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินการทุจริตคอร์รัปชันทั่วโลกที่จัดโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency  International – IT)  พบว่า  ผลคะแนนของประเทศไทยระหว่างปี 2555 – 2558  อยู่ที่  35 – 38 คะแนน  จากคะแนนเต็ม  100  โดยในปี  2558  อยู่อันดับที่  76  จาก  168  ประเทศทั่วโลก  และเป็นอันดับที่  3  ในประเทศอาเซียนรองจากประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย  และล่าสุดพบว่าผลคะแนนของประเทศไทยปี  2559  ลดลง  3  คะแนน  จากปี  2558  ได้ลำดับที่  101  จาก  168  ประเทศ  ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทย  เป็นประเทศที่มีปัญหาการคอร์รัปชันอยู่ในระดับสูง
                   แม้ว่าในช่วงระยะที่ผ่านมา  ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามการป้องกันการทุจริต  ไม่ว่าจะเป็น  การเป็นประเทศภาคีภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (United  Nations  Convention  Against  Corruption – UNCAC) พ.ศ. 2546  การจัดตั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้จัดทำ
3
 
ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาแล้ว  3  ฉบับ  แต่ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยไม่ได้มีแนวโน้มที่ลดน้อยถอยลง  สาเหตุที่ทำให้การทุจริตเป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมไทยประกอบด้วยปัจจัยทางด้านพื้นฐานโครงสร้างสังคม  ซึ่งเป็นสังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์แนวดิ่ง (Vertical  Relation)  หรืออีกนัยหนึ่งคือ  พื้นฐานของสังคมอุปถัมภ์ที่ทำให้สังคมไทยยึดติดกับการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  โดยเฉพาะในหมู่ญาติพี่น้องและพวกพ้อง  ยึดติดกับกระแสบริโภคนิยม  วัตถุนิยม  ติดความสบาย  ยกย่องคนที่มีเงินและมีอำนาจ  คนไทยบางส่วนมองว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้  ซึ่งนับได้ว่าเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมาตั้งแต่อดีตหรือกล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมและวัฒนธรรมไทยไปแล้ว  ผนวกกับปัจจัยทางด้านการทำงานที่ไม่ได้บูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนไว้ด้วยกัน  จึงส่งผลให้การทำงานของกลไกหรือความพยายามที่ได้กล่าวมาข้างต้นไม่สามารถทำได้อย่างเต็มศักยภาพ  ขาดความเข้มแข็ง
                   ปัจจุบันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ใช้อยู่เป็นฉบับที่ 3  เริ่มจากปี  พ.ศ. 2560  จนถึงปี  พ.ศ. 2564  ซึ่งมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม  เป็นสังคมมิติใหม่ที่ประชาชนไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตทุกรูปแบบ  โดยได้รับความร่วมมือจากฝ่ายการเมือง  หน่วยงานของรัฐ  ตลอดจนประชาชน  ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเพื่อให้ประเทศไทยมีศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิในด้านความโปร่งใสทัดเทียมนานาอารยประเทศ  โดยกำหนดวิสัยทัศน์  “ประเทศไทยใสสะอาด  ไทยทั้งชาติต้านทุจริต”  มีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประเทศไทยได้รับการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption  Perception  Index : CPI)  ไม่น้อยกว่าร้อยละ  50  ในปี  พ.ศ. 2564  ซึ่งการที่ระดับคะแนนจะสูงขึ้นได้นั้น  การบริหารงานภาครัฐต้องมีระดับธรรมาภิบาลที่สูงขึ้น  เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนต้องมีพฤติกรรมแตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตประพฤติมิชอบ  โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานหลักออกเป็น  6  ยุทธศาสตร์  ดังนี้
                   ยุทธศาสตร์ที่  1  สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต
                   ยุทธศาสตร์ที่  2  ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต
                   ยุทธศาสตร์ที่  3  สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย
                   ยุทธศาสตร์ที่  4  พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก
                   ยุทธศาสตร์ที่  5  ปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริต
                   ยุทธศาสตร์ที่  6  ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption  Perception  Index : CPI) 
                   ดังนั้น  เพื่อให้การดำเนินการขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตบังเกิดผลเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติเป็นไปตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่  3 (พ.ศ.2560 – 2564) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการที่มีความโปร่งใส  สร้างค่านิยม  วัฒนธรรมสุจริตให้เกิดในสังคมอย่างยั่งยืน  จึงได้ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต  เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตผ่านโครงการ/กิจกรรม/มาตรการต่างๆ ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน  อันจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ  บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างแท้จริง
 
 
 
4
 
3.  วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผน
                   1)  เพื่อยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                   2)  เพื่อยกระดับจิตสำนึกรับผิดชอบในผลประโยชน์ของสาธารณะของข้าราชการฝ่ายการเมือง  ข้าราชการฝ่ายบริหาร  บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  รวมถึงประชาชนในท้องถิ่น
                   3)  เพื่อให้การบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good  Governance)
                   4)  เพื่อส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วม (People’s participation)  และตรวจสอบ (People’s audit)  ของภาคประชาชนในการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                   5)  เพื่อพัฒนาระบบ  กลไก  มาตรการ  รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการ  ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
4.  เป้าหมาย
                   1)  ข้าราชการฝ่ายการเมือง  ข้าราชการฝ่ายบริหาร  บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  รวมถึงประชาชนในท้องถิ่นมีจิตสำนึกและความตระหนักในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้บังเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนท้องถิ่น  ปราศจากการก่อให้เกิดข้อสงสัยในการประพฤติปฏิบัติตามมาตรการจริยธรรม  การขัดกันแห่งผลประโยชน์และแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
                   2)  เครื่องมือ/มาตรการการปฏิบัติงานที่สามารถป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการ
                   3)  โครงการ/กิจกรรม/มาตรการที่สนับสนุนให้สาธารณะและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบการปฏิบัติหรือบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
                   4)  กลไก  มาตรการ  รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีเข้มแข็งในการตรวจสอบ  ควบคุมและถ่วงดุลการใช้อำนาจอย่างเหมาะสม
                   5)  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแผนงานที่มีประสิทธิภาพ  ลดโอกาสในการกระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบจนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน
 
5.  ประโยชน์ของการจัดทำแผน
                   1)  ข้าราชการฝ่ายการเมือง  ข้าราชการฝ่ายบริหาร  บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงประชาชนในท้องถิ่นมีจิตสำนึกรักท้องถิ่นของตนเอง  อันจะนำมาซึ่งการสร้างค่านิยม  และอุดมการณ์ในการต่อต้านการทุจริต (Anti – Corruption)  จากการปลูกฝังหลักคุณธรรม  จริยธรรม  หลัก   ธรรมาภิบาล  รวมถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน
                   2)  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารราชการเป็นไปตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good  Governance)  มีความโปร่งใส  เป็นธรรมและตรวจสอบได้
                   3)  ภาคประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ร่วมคิด  ร่วมทำ  ร่วมตัดสินใจรวมถึงร่วมตรวจสอบในฐานะพลเมืองที่มีจิตสำนึกรักท้องถิ่น  อันจะนำมาซึ่งการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการทุจริต
5
 
                   4)  สามารถพัฒนาระบบ  กลไก  มาตรการ  รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการทุจริต
                   5)  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวทางการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพ  ลดโอกาสในการกระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบ  จนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบ  ด้านการป้องกันการทุจริต  อันจะส่งผลให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความภาคภูมิใจและให้ความร่วมมือกันเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังการทุจริตที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน
                  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนที่ 2
 
แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตและประพฤติมิชอบ 
ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ. 2561

                                6

 
 

แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ. 2561
องค์การบริหารส่วนตำบลโซ่  อำเภอโซ่พิสัย  จังหวัดบึงกาฬ
 
 
มิติ
 
ภารกิจตามมิติ
 
โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ
ปี 2561  
หมายเหตุ
งบประมาณ
(บาท)
1. การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต 1.1 การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักแก่บุคลากรทั้งข้าราชการการเมืองฝ่ายบริหารการเมือง  ฝ่ายสภาท้องถิ่น  และฝ่ายประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
(1) โครงการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล
(2) โครงการสมุดความดีพนักงานจ้าง
(3) โครงการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในการป้องกันการทุจริต
(4) กิจกรรมให้ความรู้เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนให้กับบุคลกรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(5) มาตรการจัดทำคู่มือการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
 
0
0
0
 
0
 
0
 
 
สำนักปลัด
 
สำนักปลัด
สำนักปลัด
 
สำนักปลัด
 
สำนักปลัด
 
 
1.2 การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักแก่ประชาชนทุกภาคส่วนในท้องถิ่น
 
1) ปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว  ลดภาวะโลกร้อนในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2) โครงการส่งเสริม  อนุรักษ์  ฟื้นฟู  ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  แหล่งท่องเที่ยว  พัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ในชุมชน
3) โครงการสร้างอาชีพ  สร้างรายได้  ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
 
50,000
 
50,000
 
 
50,000
 
เกษตร
 
เกษตร,สำนักปลัด
 
สวัสดิการ
1.3 การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักแก่เด็กและเยาวชน 1) โครงการพาน้องท่องธรรมะ
2) โครงการประกวดคำขวัญต่อต้านการทุจริต
3) โครงการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้เด็กและเยาวชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กิจกรรม     “โตไปไม่โกง”)
4) โครงการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้เด็กและเยาวชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กิจกรรม “ส่งเสริมการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”)
 
30,000
30,000
30,000
 
 
30,000
 
ศึกษา
 
ศึกษา
 
ศึกษา
 
 
ศึกษา
 
มิติที่ 1 รวม จำนวน...12...โครงการ 270,000  
 
 
 
 
7
 
 
 
มิติ
 
ภารกิจตามมิติ
 
โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ
ปี 2561  
หมายเหตุ
งบประมาณ
(บาท)
 
2. การบริหารราชการเพื่อป้องกันการทุจริต
 
2.1 แสดงเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตของผู้บริหาร
 
 
กิจกรรมประกาศเจตจำนงต่อต้านการทุจริตของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 
0
 
 
สำนักปลัด
 
2.2 มาตรการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ 1) โครงการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการจัดซื้อ–จัดจ้าง
2) โครงการจ้างสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการ
3) กิจกรรมสร้างความโปร่งใสในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน
4) กิจกรรมควบคุมการเบิกจ่ายเงินตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
5) กิจกรรมการพัฒนาแผนและกระบวนการจัดหาพัสดุ
6) มาตรการออกคำสั่งมอบหมายของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และหัวหน้าส่วนราชการ
7) มาตรการยกระดับคุณภาพการบริการประชาชน
 
0
 
15,000
0
 
0
 
0
0
 
 
0
 
คลัง
 
สำนักปลัด
สำนักปลัด
 
คลัง
 
คลัง
สำนักปลัด
 
 
 
สำนักปลัด
 
2.3 มาตรการการใช้ดุลพินิจและใช้อำนาจหน้าที่  ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
 
1) โครงการลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการ
2) กิจกรรมการลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ
3) มาตรการการมอบอำนาจอนุมัติ  อนุญาต  สั่งการ  เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ
 
0
 
0
0
 
 
สำนักปลัด
 
สำนักปลัด
 
สำนักปลัด
 
 
2.4 การเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงาน/บุคคลในการดำเนินกิจการการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นที่ประจักษ์
 
1) กิจกรรมการมอบประกาศเกียรติคุณแก่สตรีดีเด่น
2) กิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติหน่วยงาน/บุคคลที่ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นที่ประจักษ์
3) กิจกรรมการมอบประกาศเกียรติคุณแก่คณะกรรมการชุมชน
4) กิจกรรมยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่บุคคล  หน่วยงาน  องค์กรดีเด่น  ผู้ทำคุณประโยชน์  หรือเข้าร่วมในกิจกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
5) กิจกรรมเชิดชูเกียรติประชาชนผู้ปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 
 
0
0
 
0
 
0
 
 
0
 
 
สวัสดิการ
สำนักปลัด
 
สำนักปลัด
 
สำนักปลัด
 
 
สำนักปลัด
 
8
 
 
 
มิติ
 
ภารกิจตาม
โพสเมื่อ : 13 ก.ย. 2560,00:00   อ่าน 62 ครั้ง